วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตอนที่ 2 "เมเปิ้ลลอยน้ำ รอเราอยู่"

ตอนที่ 2 "เมเปิ้ลลอยน้ำ รอเราอยู่"

อุทยาทเปิดแล้ว เราก็ไปเสียค่าเข้าอุทยานกันเลย แล้วก็ไปต่อแถว เช่าเต๊นท์ และเช่าพื้นที่ค่ะ หลังจากจัดการตรงนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ เดินไป บริเวณ ที่จ้างลูกหาบค่ะ ต่อคิวกันชั่ง นน. กระเป๋าค่ะ ลูกหาบ กก.ละ 30บาท ค่ะ พอพวกเราจัดการตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเดินกันเลยค่ะ

แรกๆเราก็เดินไปคุยกันไป ถ่ายรูปกันไป โอ้โห สนุกสนาน แต่มันสนุกอยู่ได้ไม่กี่ ชม ก็เริ่ม มีอาการค่ะ เพื่อนปลาของเราค่ะ ชักอาการไม่ดี อาเจียนตลอด เลย กว่าจะถึง ซำแรก ก็ อ๊วกไป 5 รอบเห็นจะได้


แต่เราเป็นคนที่โรครายล้อมมากค่ะ เราเลยมีถุงยาไปเยอะมาก ฮ่าๆๆๆ มียาทุกอย่างสำหรับคุณ เนื่องจาก น้องปลาของเราอาการไม่ค่อยจะดี เราจึงไม่รีบเดินกันค่ะ เดินไปพักไปเรื่อยๆ ทางเดินไปซำแรก เป็นทางเดินที่หินสุดแล้วค่ะ หลังจากผ่านซำแรกไปได้ ทางก็จะสบายขึ้นเรื่อยๆค่ะ 

จริงๆรูปมันมีทุกซำนะคะ แต่ว่า มันหายไปแล้ว แงๆๆ ที่มีเหลือๆนี่ จาก อตก. ที่เราเคยลงๆไว้ค่ะ พอไปถึงซำ ที่3 พวกเราก็ พักกินข้าวค่ะ ข้าวของพวกเรา แน่นอนค่ะ ร้านค้า ที่นี้ ไม่ได้กินตังเราแน่นอน เพราะผู้ชี้แนะ เราบอกว่า ของแพงโคตรๆ ทางที่ดี อย่าซื้ออะไรกินเลย เตรียมไปให้พร้อมเลยเพื่อน พวกเราก็เลย ซื้อข้าวเหนียวห่อ มาด้วยค่ะ ระหว่างทางที่พัก ก็ได้นั่งกินไปค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จะมาห้องน้ำ ไปเป็นระยะๆค่ะ ส่วนร้านขายของ ก็จะมีทุกซำเลยค่ะ แล้วของที่ขายเยอะที่สุดและเห็นได้ชัด คือ แตงโมค่ะ ระหว่างทางที่เดินไป ก็ ท่องไว้ว่า เมเปิ้ล ลอยน้ำรอพวกเราอยู่ สู้เว้ย ไปหาเมเปิ้ลลอยน้ำกัน น้องปลาของเราก็ยังวิเวียน แต่นางก็ยังสู้นะคะ มีพี่ฝนของเราคอยพยาบาล ตลอดเวลา พวกเรานี่เดินไปถอดเสื้อกันไปเลยค่ะ จาก หนาวๆ ก็ร้อน พอนั่งสักพักก็หนาว ใส่ๆ ถอดๆกันอยู่อย่างนั้นแหละค่ะ ทางไปหลังแป จะเริ่มชันค่ะ แถม มีช่วงทางเดินช่วงหนึ่ง ที่เป็นบันไดเหล็ก ให้ไต่ขึ้นไป ชันแทบจะ 90 องศาเลยแหละคุณเอ๊ย แถมอากาศก็เย็น เหล็กก็แมร่งโคตรเย็นเลย จับเหล็กสั่น กันเลยทีเดียว 

(( ขอสารภาพหน่อยค่ะ ช่วงที่เดินขึ้นหลังแป เราทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลังเลย เราเดินดุ่มๆ ไปคนเดียวเลยค่ะ ทำให้เรารู้สึกผิด จนถึงทุกวันนี้ ว่าเราเป็นเพื่อนที่ใช้ไม่ได้เอามากๆเลย เห็นแก่ตัวสุดๆไปเลยค่ะเรา แย่มาก (ผู้ชี้แนะบอกเราไว้ว่า เวลาเดิน อย่าไปรอใครมันจะทำให้เราเหนื่อยไปด้วย หาจังหวะตัวเองแล้วเดินไปเลย) เราไม่ได้โทษผู้ชี้แนะนะคะ เพราะมันเป็นการเลือกกระทำของตัวเราเอง การที่เราเดินแบบคนเดียว มันทำให้เราสบายทางด้านกำลังก็จริงนะคะ แต่ว่า มันไม่สบายใจเอาซะเลยเนี้ยซิ ต้องขอบคุณพี่ฝนเลยนะคะเนี้ย ที่คอยดูแลน้องปลาอย่างดี [[ขอซูฮกให้พี่ฝน เป็นเพื่อน ที่สุดยอดแห่งปีเลยค่ะ]] หลังจากเราขึ้นไปถึงหลังแป แล้ว เราก็ขอพักดื่มด่ำธรรมชาติสักแพร่บ เชื่อไหมค่ะ พอเรามาเจออากาศที่หลังแป วิวทิวทัศน์ ทุกอย่าง มันทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ ความรู้สึกเกิดเลยค่ะ มันคุ้มกับค่าเหนื่อยที่เราเดินมาจริงๆค่ะ

นั่งพักไป ก็รอ น้องปลากับพี่ฝนไปค่ะ พอพี่ฝน น้องปลามาถึง เราก็ให้น้องปลาพักให้หายเหนื่อยสักหน่อย แล้วก็ แชะภาพเป็นที่ระลึกกันค่ะ 

(ขอขอบคุณกลุ่มพี่ที่ช่วยถ่ายรูปให้พวกเรานะคะ พวกพี่ใจดีมากเลย เฮฮามากเลยด้วย) พอน้องปลาเริ่มไหวแล้ว พวกเราก็เดินทางไปลานกางเต้นค่ะ พระเจ้าช่วย กล้วยปิ้ง กระทิงแดง ก็เอาไม่อยู่ค่ะ มันเหนื่อยมากเลยค่ะ เพราะทางที่เราเดินไปหาลานกลางเต๊นท์นั้น เป็นทรายค่ะ โอ้ยแมร่งโคตรเหนื่อยเลยบอกตรงๆ แต่ เพื่อ เมเปิ้ลลอยน้ำ เราจะต้องสู้นะ

เดินไปได้สักระยะ น้องปลาของเราก็ล้มค่ะ แข็งขา ของนางอ่อนปวกเปียกหมดแล้วค่ะ เป็นอะไรที่น่าตกใจมากเลยค่ะ พี่กลุ่มที่ถ่ายรูปให้เราเค้าก็มาคอยช่วยดูให้ค่ะ ต้องขอบคุณเค้าอีกครั้งค่ะ แต่น้องปลาของเราก็ยังฮึดสู้ เพื่อให้ไปถึงลานกลางเต๊นท์นะคะ ((รู้สึกผิดอีกแล้ว ขอโทษนะที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้นะ สัญญาเลย)) 


พอไปถึง ลานกางเต๊นท์แล้ว เราก็ให้พี่ฝนกับน้องปลาไปพักค่ะ เราไปติดต่อเรื่องที่พักเช่าที่นอนผ้าห่มค่ะ เพราะเหมือนเราจะมีแรงฮึดอยู่คนเดียว หลังจาก เช่าผ้าห่มและที่นอน เสร็จแล้ว ก็ไปเลือกหาเต๊นท์กันค่ะ เลือกเต๊นท์ได้แล้วเราก็เอาของไปไว้ค่ะ และพักกินขนมปังแถวกับแยมที่เราแบกมันขึ้นมากันค่ะ พอ ทุกคนฟื้นพละกำลังกันแล้ว พวกเราก็จะไปดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ ที่ผาหมากดูก จุดชมวิวแต่ละที่ไกลกันมากเลยค่ะ ขั้นต่ำนี่ 2 กม. เห็นจะได้ค่ะ และแล้วพวกเราก็มาถึงผาหมากดูกค่ะ 




เห็นบางคนเค้าก็เช่าจักรยานกันมาค่ะ แต่พวกเราสายประหยัด เน้นเดินค่ะ ระหว่างรอดูพระอาทิตย์ตก ก็อดใจไม่ไหวค่ะ อุตส่าคิดไว้แล้วนะ ว่า ภูกระดึงไม่ได้แอ่มตังพวกเราหร๊อก แต่ก็ ได้ตังพวกเราไปค่ะ ฮ่าๆๆๆ พวกเรากินส้มตำกันจานหนึ่ง ไข่ต้ม2ใบ แล้วก็แป๊ปซี่ หมดไปร้อยกว่าบาท ไม่เป็นไรค่ะ พวกเราหารกันอยู่แล้ว หลังจากดูพระอาทิตย์ตก พวกเราก็เดินทางกลับที่พักค่ะ ดีนะว่าพวกเราเอาไฟฉายมาด้วย มืดมาก พอกลับมาถึงที่พัก เค้าก็ประกาศให้พวกเราก็รู้ว่า น้ำตกปิด ห๊ะ! น้ำตกปิด แล้วเมเปิ้ลลอยน้ำของฉันละ ฉันอยากเห็นเมเปิ้ลลอยน้ำ งอแงไปอยู่พักใหญ่ จนอาบน้ำ จะนอน เราก็ยังไม่เลิกงอแง เรื่องไม่ได้ดูเมเปิ้ลลอยน้ำค่ะ ก่อนนอนพวกเราก็ กินยาแก้แพ้อากาศ ยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วก็นวดขาเตรียมความพร้อมค่ะ เริ่มดึกเริ่มหนาวค่ะ น้องปลานอนตรงกลาง เรากับฝน นอนติดเต๊นท์ค่ะ เต๊นท์ก็เปียก หนาวก็หนาว เรานี่ลุกขึ้นมาใส่เสื้ออีกตัวกางเกงอีกตัวเลยค่ะ ใส่หลายชั้นมาก แล้วเราก็นอนไม่ค่อยจะหลับด้วย กว่าจะหลับลงไปได้ ก็ใกล้ถึงเวลาที่จะต้องตื่นแล้ว


พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ มาดูกันว่า 
พวกเราจะมีแรงไปดูกันหรือป่าว หรือจะนอนยาวๆ





ตอนที่ 1 "ไปภูกระดึงกัน.....อยากเห็นเมเปิ้ลลอยน้ำ"

ตอนที่1 "ไปภูกระดึงกัน.....อยากเห็นเมเปิ้ลลอยน้ำ"

  ใกล้สอบเสร็จแล้ว เราก็เลยจะหาเพื่อนไปเที่ยวค่ะ โดยจุดหมายในครั้งนี้ของเราคือ "ภูกระดึงค่ะ" หลังจากเราคิดสถานที่ได้แล้ว เราเริ่มประกาศหาเพื่อนไปเที่ยวในกลุ่มห้องค่ะ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า สำหรับเด็กๆอย่างเราๆ สิ่งแรกที่จะถามก็คือ งบเท่าไหร่? ไปกี่วัน? ซึ่งเราก็ไม่ได้มีตังมากมาย เลยไปหาข้อมูลจากเพื่อนๆที่เคยไปมาแล้วค่ะ และพยายามที่จะประหยัดที่สุด และเราก็ บอกเพื่อนๆไป ว่า 

"งบไม่เกิน1000...............2วัน1คืน" 

((แอบตั้งราคาทริปไว้ดึงดูดมาก แต่ก็ต้องมีเกินกันบางแหละนะ อิอิ))
หลังสอบเสร็จ เราก็ได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์แล้วค่ะ 2คน ฮ่าๆๆๆ ก็ยังดี เพื่อนฝน กับ เพื่อนปลาค่ะ สอบเสร็จ พวกเราก็รีบเตรียมตัวที่จะไปกันเลยค่ะ เพราะว่า อีก2วัน แม่เราจะมารับกลับบ้านแล้ว เป็นทริปที่ ฉุกละหุกมากเลย ฮ่าๆๆๆ 

อุปกรณ์ ที่พวกเราเตรียมกันไปก็มี
-ถุงนอนของใครของมัน
-ขนมปัง 1 แถว
-แยม 1 ขวด
-มาม่าคัพ 1 แก้ว
-มาม่าซอง สำหรับวันต่อไปค่ะ
-ไฟฉาย

จากอุปกรณ์ที่เราเตรียมไป จะเห็นได้ว่า แมร่งโคตรประหยัดเลยค่ะ ((แง แง แง เราจำได้ว่าเราทำรายละเอียดค่าใช้จ่าย ไว้ ในโทรศัพท์ แต่โทรศัพท์เราพังอ่า ไปซ่อมมา ปรากฎว่า ทุกอย่างหายหมดเลยเสียใจอ่า แต่จะคร่าวๆ เรื่องค่าใช้จ่ายไว้นะ))

วันเดินทางเรากลับป่วยค่ะ แม่เราห้ามไม่ให้เราไป ที่เราป่วยเพราะตาเราเพิ่งเสียค่ะ เราเสียใจหนักมาก ทำให้ล้มป่วย แต่ทริปที่ตั้งไว้จะต้องไม่ล่มค่ะ สปีริท ในเรื่องเที่ยวเราแรงกล้ามาก ฮ่าๆๆๆ แม่เราบอกว่า  ไม่เชื่อแม่ ระวังเหอะ ปอดติดเชื้อ ไม่รู้ด้วยนะ เราก็บอกแม่ไว้ว่า รับประกันค่ะ คุณแม่ ว่าจะไม่เป็นแบบที่แม่บอกแน่นอนเพราะหนูอึดมาก แม่ก็เลยอนุญาติให้ไปค่ะ หลังจากเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว เราก็นั่งแท็กซี่ จากที่พักไป ขนส่งค่ะ เตรียมตัวไปภูกระดึงกันเลย


ระหว่างนั่งรถ เพื่อนเราหลับเป็นตายกันเลยทีเดียวค่ะ ส่วนเรา นอนไม่หลับ นั่งนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย แล้วเราเป็นคนทำทริป เราพยายามที่จะ เทคแคร์ และให้ความไว้วางใจเพื่อน ให้ได้มากที่สุดค่ะ เพื่อเพื่อนๆจะได้ไว้ใจเรา ฮ่าๆๆๆ ((อยากจะบอกเพื่อนๆว่า ชีวิตฉันเองยังไม่น่าจะรอดเลย พวกแกไม่น่ามาฝากชีวิตกับฉันเลยนะ ฮ่าๆๆๆ)) เอาละ นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ถึงแล้วค่ะ ขนส่ง ชุมแพ

เฮ้ย 15 องศาหรือนี้ โค ตะ ระ หนาวเลยวะ ทีนี่ ลมแรงมากเลยค่ะ พอลงมาถึงขนส่ง พวกเราก็นั่งรอ จากการถามเพื่อน เพื่อนบอกว่าประมาณ6โมงเช้า จะมีรถสองแถวมา พาไปตีนภู เราก็เลยรอค่ะ ระหว่างนั้นก็จะมีพวกรถกระบะ มาคอยถามว่าไปภูกระดึงป่าว ส่งถึงที่เลยนะ ราคาก็ว่ากันไป มีรถถามพวกเราตลอดเลยค่ะ แต่เราเป็นพวก ใจแข็งค่ะ ไม่หลงกลใครง่ายๆ เพราะตังหนูเอามาจำกัดนะลุง หลังจากนั่งรอรถไปเรื่อยๆ ก็มีรถทัวร์คันหนึ่งมาจอดค่ะ แล้วเค้าก็ถามเราว่า ไปภูกระดึงป่าว ไปเลยเนี้ย เดี๋ยวเค้าจะไปส่งให้ลงที่ผานกเค้า และจากหลายๆเสียง ลุงๆ ป้าๆ แถวนั้นก็บอกไปคันนี้เลยหนู เรากับเพื่อนๆก็เลยตกลงไปค่ะ หลังจากนั้น เค้าก็พาเราไปส่งที่ผานกเค้าค่ะ จะมีร้านอาหารให้เราพักกินข้าว และรอรถเมล์แดงเพื่อไปภูกระดึงค่ะ 

บรื้อ~ ควันออกปากเลยค่ะ หนาวมากเลย ตื่นเต้นด้วย ((เสียดายอีกแล้วค่ะ รูปหายไปเยอะมาก เพราะโทรศัพท์เลย ที่ได้มานี่ จาก อตก.ทั้งนั้นเลย แล้วก็ไม่มีกล้องด้วยตอนไป เราก็แบบเอาวะ โทรศัพท์มันทั้งทริปนั้นแหระ)) สักประมาณ6โมงเช้าค่ะ ก็มีรถแดง มาแล้วค่ะ คิวอยู่ข้างๆเลย ค่ารถ 30บาท ไปส่งถึง ตีนภูเลยค่ะ พอพวกเราไปถึงตีนภูแล้ว พวกเราก็ต้อง รอ อุทยานเปิดค่ะ  ระหว่างรอก็ไปดูอะไรเรื่อยเปื่อยที่ศาลารูปต่างๆนาๆค่ะ แล้วก็มีพี่ๆที่เค้ามากันหลายครั้งแล้วมาคุยด้วยค่ะ พี่เค้าก็ถามว่าเคยมากันหรือป่าว เราก็บอกไม่เคยค่ะ แล้วพี่เค้าก็บอกว่าไม่เหนื่อยหรอก โน่นนี่นั้นไปเรื่อย แล้วพี่เค้าก็ถามว่า ถุงนอน ได้กี่องศา เราก็บอกไปว่า 10 องศา พี่เค้าบอกเราว่า ไม่พอหรอกนะ ต้อง 0 องศา หลังจากได้ข้อมูลจากพี่มาก็เลยตัดสินใจในการเช่าผ้าห่มค่ะ เอาละ พวกเราฮึดแล้ว เครื่องเริ่มติดแล้ว

ตอนหน้ามาดูกันนะคะ ว่า การเดินทางของพวกเราจะเป็นอย่างไร